วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

นู๋นวล ชวนชิม

นู๋นวล ชวนชิม-01

       สวัสดีค่ะ...วันนี้นู๋นวลจะมาแนะนำเมนูอาหารทะเลเด็ดๆ ที่ทุกๆท่านที่มาเยือนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต้องซิม! นั่นคือปลา นู๋นวลขอแนะนำตัวก่อนนะค่ะ
       นู๋นวล คือปลานวลจันทร์ทะเลหรือปลาดอกไม้ คนละชนิดกับปลาน้ำดอกไม้นะค่ะ เป็นปลาทะเลแท้ๆ แต่สามารถอาศัยอยู่ในน้ำจืดและน้ำกร่อยได้ สามารถพบ นู๋นวลและเพื่อนๆได้ในทะเลฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาจนถึงจังหวัดตราด..แต่คุณรู้หรือเปล่าว่า ทะเลประจวบฯ คือแหล่งที่พบนู๋นวลเป็นครั้งแรกและพบมากที่สุด จนเป็นที่มาของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ ที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2496 เพื่อค้นคว้าวิจัยเพาะพันธุ์นู๋นวลจนประสบความสำเร็จใน ปีพ.ศ. 2545 สำคัญที่สุดที่นู๋นวลปลื้มปิติเป็นล้นพ้น ที่ในหลวงเสด็จทอดพระเนตรนู๋นวล เมื่อปี 2508 นำนู๋นวลและเพื่อนๆไปปล่อยเลี้ยงที่อ่างเก็บน้ำเขาเต่า อ.หัวหิน เพื่อให้ชาวบ้านแถบนั้นมีแหล่งอาหารโปรตีนสูงราคาถูกและเป็นแหล่งทำประมงเป็นรายได้เสริม



       ปัจจุบันนู๋นวลได้รับเกียรติจัดให้เป็นว่าที่ปลาประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อไปอาจเป็นที่มาของวลีสุดฮิตของสถานที่ท่องเที่ยวเช่น “ใครมาประจวบฯไม่ได้ทานปลานวลจันทร์ทะเล แสดงว่ายังมาไม่ถึง” ก็ได้ ชื่อนู่นวลอาจจะยังไม่คุ้นหู รสชาติยังไม่คุ้นลิ้น เหมือนพี่พง, ลุงเก๋า แต่ขอบอกว่าถ้าท่านได้ลองลิ้มรสแล้วจะต้องติดใจ ด้วยเนื้อหนังของนู่นวลจะนุ่มมันอร่อย สามารถนำมาทำอาหารได้ทุกชนิดและมีคุณค่าทางอาหารเหมือนพี่พง, ลุงเก๋า เป๊ะ!

       ติดตามนู๋นวลนะคะ แล้วนู๋นวลจะนำเมนูและสูตรอาหารต่าง มาให้ผู้อ่านได้ทดลองทำกันที่บ้านท่าน รับรองจะติดใจ ^_^
Read More...

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ปลานวลจันทร์ทะเล-06 (สาระน่ารู้ 2)

ปลานวลจันทร์ทะเล-06 (สาระน่ารู้ 2)

2. ปลานวลจันทร์ทะเล สาหร่ายทะเล มีบทบาทอย่างไรในระบบนิเวศบ่อ

       ก่อนอื่นต้องบอกให้ทราบว่าปลานวลจันทร์ทะเลไม่ได้กินแพลงก์ตอนพืชโดยตรง ถึงขนาดที่จะจัดอยู่ในกลุ่ม Filter feeder อย่างที่หลายคนคิด เนื่องจากมันไม่มีเครื่องมือกรองคือซี่เหงือกที่จะกรองกินแพลงก์ตอนพืชเช่นเดียวกับหอยทะเลกลุ่มหอยสองฝา แต่ที่ปลาจะกินได้คือแพลงก์ตอนสัตว์จำพวกไรน้ำ แมลงน้ำและกลุ่มครัสเตเชียนขนาดเล็กหน้าดิน รวมถึงสาหร่ายทะเล พืชน้ำ ซากสารอินทรีย์ที่ล่องลอยและขี้แดด ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นห่วงโซ่อาหารและกระบวนการย่อยสลายในนิเวศของบ่อพักน้ำทั้งสิ้น ดังนั้น ปลานวลจันทร์ทะเล จึงเป็นตัวการเก็บซากสารอินทรีย์ก่อนที่มันจะปลดปล่อยความเป็นพิษออกมานั่นเอง นอกจากนี้มันยังเก็บกินแพลงก์ตอนสัตว์ที่เปรียบเสมือนภาชนะห่อแพลงก์ตอนพืชให้มีขนาดเหมาะสมกับปากของมันและเก็บกินด้วย ในกรณีของสาหร่ายทะเลหากมีอยู่ในบ่อพักน้ำ มันจะทำหน้าที่ดูดซับ ของเสียหรือปุ๋ยที่เกิดจากการย่อยสลาย ขณะเดียวกันสาหร่ายก็ทำหน้าที่เป็นที่กำบังคล้ายปะการังเทียมหรือที่หลบซ่อนแก่แพลงก์ตอนสัตว์ให้รอดตายจากการถูกกุ้ง ปลากินพร้อมเพิ่มจำนวนที่สมดุลย์ตามสภาพอาหารก่อเกิดอาหารเสริมตามธรรมชาติของสัตว์น้ำอีกทางหนึ่งด้วย



        สรุปว่าการปล่อยปลานวลจันทร์ทะเลในบ่อพักน้ำจะเป็นประโยชน์ทางอ้อมในการลดปริมาณสารอินทรีย์ขนาดใหญ่ก่อนที่มันจะกลายเป็นตัวสร้างแกสไข่เน่าในบ่อนั่นเอง ดังนั้นหากจะคุมปริมาณแพลงก์ตอนในบ่อ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดควรใช้สาหร่ายทะเลชนิดที่เหมาะสมต่อสภาพ ความเค็มน้ำในบ่อร่วมด้วย พร้อมกับมีวิธีบริหารจัดการเก็บเกี่ยวออกที่เหมาะสม ซึ่งการเพาะเลี้ยงสาหร่ายในบ่อพักน้ำทำได้ไม่ยาก โดยตอกหลักขึงเชือกแล้วห่อสาหร่ายเป็นพวงแขวนในบ่อดังภาพถ่ายจะดีกว่า ตัวอย่างเช่น บ่อน้ำกร่อยควรเลี้ยงสาหร่ายผมนาง (Gracilaria spp.) ถ้าน้ำเค็มอาจเป็นสาหร่ายเม็ดพริก (Caulerpa lentilifera) หรือ สาหร่ายกลวง (Solieria robusta) เป็นต้น

3. เป็นไปได้ไหมที่จะเลี้ยงปลานวลจันทร์ในบ่อกุ้งทะเล

       เป็นไปได้ แต่มีความยากลำบากมากและไม่เหมาะสมทั้งนี้มีการเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลร่วมกับกุ้งมานานแล้วแต่เป็นลักษณะที่ปล่อยกุ้งเสริมในบ่อปลานวลจันทร์ทะเลมากกว่าคือใช้กุ้งเป็นตัวเก็บเศษอาหารที่พื้นบ่อ นอกจากนี้การคาดหวังผลผลิตสัตว์น้ำทั้งสองอย่างเชิงธุรกิจในเวลาเดียวกันเป็นไปได้ยากมาก ด้วยเหตุผลบางประการ ดังนี้



        3.1 ระยะเวลาการเติบโตจนถึงขนาดตลาด (Cycle for market) ของสัตว์น้ำทั้งสองต่างกันมาก ส่งผลต่อความยุ่งยากในการเก็บเกี่ยวผลผลิตและความคุ้มทุน
         3.2 การเลี้ยงลักษณะผสมผสานในลักษณะเลี้ยงกุ้งเป็นหลักปล่อยปลานวลจันทร์ทะเลเสริมมักไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากปลานวลจันทร์ทะเลสามารถกินกุ้งขนาดเล็กรวมทั้งอาหารกุ้งด้วยอันจะส่งผลต่อการคำนวนอัตรารอด ปริมาณอาหาร (FCR) ความคุ้มทุน


---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์
รวบรวมโดย  ประพัฒน์ กอสวัสดิ์พัฒน์

Read More...

ปลานวลจันทร์ทะเล-05 (สาระน่ารู้ 1)

 ปลานวลจันทร์ทะเล-05 (สาระน่ารู้ 1)     

       ก่อนอื่นเรามารู้จักปลานวลจันทร์ทะเลกันก่อนเพราะมีหลายคนสับสนว่าเป็นชนิดเดียวกันกับปลานวลจันทร์เทศที่อยู่น้ำจืดและนิยมมาทำปลาส้มปลาจ่อมหรือไม่ สำหรับปลานวลจันทร์ทะเลที่เป็นพระเอกวันนี้ มีชื่อท้องถิ่นหลายชื่อได้แก่ ปลาชะลิน ไฮลิ้ง ปลาดอกไม้ ปลาทูน้ำจืด ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ คือ Milk fish ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Chanos chanos (Forskal) เป็นปลาที่อยู่ได้สองน้ำคือน้ำทะเลและน้ำกร่อยแต่สามารถปรับสภาพแล้วนำไปเลี้ยงในน้ำจืดได้ ในธรรมชาติแพร่กระจายแถบชายฝั่งและทะเลแถบอินโดแปซิฟิค ลูกปลาวัยอ่อนอาศัยอยู่ชายฝั่ง ป่าชายเลน เมื่อเติบโตจะอพยพไปสืบพันธุ์ในทะเล กินอาหารหลากหลายชนิดทั้งพืชน้ำ แพลงก์ตอนสัตว์ สาหร่าย สารอินทรีย์ ขี้แดด (Rap-rap) ลูกกุ้ง สัตว์น้ำขนาดเล็กกว่า รวมทั้งอาหารกุ้งทั้งที่หว่านลงไปและอยู่ที่พื้น รู้อย่างนี้แล้วหลายท่านคงลังเลหรือหากจะเลี้ยงร่วมกับกุ้งคงต้องปล่อยกุ้งก่อนหลายวันจนกุ้งได้ขนาดสักนิ้วก้อยนะครับ



       ส่วนปลานวลจันทร์เทศ เป็นปลาน้ำจืดขนานแท้ กลุ่มเดียวกับปลาตะเพียน มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Mrigal ชื่อวิทยาศาสตร์ Cirrhinus cirrhosus (Bloch, 1795) อาศัยตามแม่น้ำ หนอง คลองบึง โดยที่มีพื้นเพถิ่นฐานเดิมอยู่ทางตอนเหนือของเอเชียใต้ และเข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ ปัจจุบันแพร่พันธุ์ในประเทศไทยอย่างแพร่หลาย เป็นปลากินพืชแต่กินอาหารได้หลากหลายเช่นเดียวกับปลานวลจันทร์ทะเลเช่นกัน แต่ไม่สามารถนำมาเลี้ยงในบ่อน้ำกร่อยหรือน้ำเค็มเช่นปลานวลจันทร์ทะเลได้


1. ข้อเท็จจริงของกระบวนการเน่าเสียในบ่อพักน้ำก่อนที่จะมีปลานวลจันทร์ทะเล

       ก่อนอื่นต้องขอเล่าให้ทราบว่าในบ่อพักน้ำหรือ Reservoir นั้น เริ่มต้นที่สูบน้ำมาพักโดยมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะสำรองไว้สำหรับกิจกรรมการเปลี่ยนถ่ายน้ำเพื่อการเพาะเลี้ยงนั้น เท็จจริงแล้วมีกระบวนการอะไรเกิดขึ้น หลายท่านอาจไม่ทราบว่าแท้จริงแล้ว ที่ผ่านมาเรากำลังสูบน้ำดีมาทำให้เน่าเสียเกิด Toxic แล้วจึงเอาไปเลี้ยงสัตว์น้ำ อย่างนี้จะประสบผลสำเร็จได้อย่างไรต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้เสียก่อน กระบวนการเน่าเสียในบ่อพักน้ำเกิดจากอะไรและปลานวลจันทร์ไปเก็บของเสียออกได้อย่างไร มีลำดับขั้นตอนกระบวนการและสาเหตุที่สามารถแบ่งแยกไม่มาก ได้แก่

       1.1 ความรุนแรงจากแรงอัดหรือใบพัดของปั๊มพ์น้ำหรือเครื่องสูบ เครื่องดัน โดยเฉพาะจากเครื่องสูบน้ำที่มีแรงดันหรือความเร็วรอบเครื่องสูงเป็นผลให้แพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ สาหร่าย ไข่ ตัวอ่อนสัตว์น้ำ เกิดการตายเป็นคราบสารอินทรีย์แขวนลอยในบ่อที่ต่อไปจะเน่าเสียเกิดเป็นสารก่อภูมิแพ้ต่อสัตว์น้ำ (แอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรด) หากไม่มีการกำจัดเก็บออก
       1.2 แพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ ไข่ และตัวอ่อนของสัตว์น้ำ บางส่วนที่เหลือรอดจากการถูกทำลายโดยเครื่องสูบน้ำเมื่อมาอยู่ในสภาพแวดล้อมจากที่ต่างจากที่เคยอยู่ในคลองหรือทะเลที่มีอากาศ มีกระแสน้ำคลื่นลมพัดพาสารอาหารเข้าหา กลับต้องมาอยู่ในสภาพบ่อพักน้ำที่เป็นสภาพน้ำนิ่ง น้ำร้อน รวมทั้งสารอาหารไม่เพียงพอจึงเกิดการตายขึ้น
       1.3 การตายที่เป็นวัฏจักรของแพลงก์ตอนพืชและสัตว์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในบ่อพักน้ำหลังจากการเพิ่มจำนวนของแพลงก์ตอนพืชและสัตว์ขึ้นมากแล้วเกิดการตายขึ้นในลักษณะซิกมอยด์ เคิร์บ (Sigmoid curve) หรือกราฟรูปตัวเอสนั่นเอง

       การตายของสิ่งมีชีวิตจากสาเหตุทั้งสามประการนี้สามารถพบเห็นเป็นรูปธรรมในลักษณะของคราบบนผิวน้ำหรือสารแขวนลอยในมวลน้ำ ในช่วงนี้เริ่มมีกระบวนการปล่อยความเป็นพิษจากการเน่าเสียในกลุ่มไนโตรเจนชั้นหนึ่งก่อนแล้ว การตรวจสอบคุณภาพน้ำอาจพบได้ในรูปของโททอลแอมโมเนีย
       ดังนั้นในช่วงนี้หากไม่มีการเก็บหรือกำจัดออกสารอินทรีย์เหล่านี้ ก็จะตกลงสู่ก้นบ่อกลายเป็นอาหารของจุลชีพที่มีอยู่ในธรรมชาติรวมทั้ง สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่ช่วยย่อยสลายสังเกตุ ตามพื้นบ่อที่น้ำใสแสงส่องถึงจะเห็นคราบเป็นแผ่นพื้นเขียวอมเทาซึ่งเมื่อเกิดกระบวนการสังเคร์แสงจะเกิดแกสออกซิเจนที่เป็นผลพลอยได้ผลักดันให้แผ่นคราบสารอินทรีย์เหล่านี้หลุดร่อนลอยอยู่บนผิวน้ำที่เรารู้จักในชื่อของขี้แดด (Rab-rab) นั่นเอง เจ้าตัวนี้แหละหากไม่มีการกำจัดออก จมลงสู่พื้นบ่ออีกครั้งเกิดการเน่าเสียอย่างรุนแรงและผลที่ตามมาคือแกสไข่เน่าหรือแกสไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่เป็นกระบวนการย่อยสลายของแบคทีเรียกลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic bacteria) นั่นเอง


---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์
รวบรวมโดย  ประพัฒน์ กอสวัสดิ์พัฒน์


Read More...

ปลานวลจันทร์ทะเล-04 (การเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลในบ่อดิน)

ปลานวลจันทร์ทะเล-04 (การเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลในบ่อดิน)

การเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลในบ่อดิน

Milkfish  (Chanos  chanos  Forskal)  Culture

       การเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลสามารถเลี้ยงได้ทั้งในพื้นที่น้ำเค็ม,  น้ำกร่อยหรือกระทั่งในพื้นที่น้ำจืด  โดยนิยมเลี้ยงกันในบ่อดิน  ปลานวลจันทร์ทะเลจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีในบ่อที่มีสารอินทรีย์สูง มีอาหารธรรมชาติเช่น  ขี้แดดอยู่ปริมาณมากในการเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลนั้นควรมีการเตรียมบ่อโดยการสูบออกจากบ่อเลี้ยงให้แห้งโรยปูนขาวอัตรา  100  กิโลกรัมต่อไร่  ตากบ่อทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 2  สัปดาห์  จากนั้นใส่ปุ๋ยคอก  100 – 200  กิโลกรัมต่อไร่  เอาน้ำเข้าบ่อสูงประมาณ  50  เซนติเมตร  ทิ้งไว้ให้เกิดอาหารธรรมชาติประมาณ  2  สัปดาห์  จากนั้นเติมน้ำเข้าในบ่อให้สูงขึ้นเป็น  100  เซนติเมตร  ในระหว่างการนำน้ำเข้าบ่อควรมีการกรองน้ำด้วยอวนตาถี่  เช่นอวนมุ้งฟ้าหรืออวนตาพริกไท  เพื่อกันศัตรูตามธรรมชาติปะปนเข้ามากับน้ำ  ทำการกั้นคอกในบ่อด้วยอวนตาถี่บริเวณมุมบ่อ เพื่อฝึกอาหารลูกปลาเมื่อบ่อเกิดอาหารธรรมชาติประเภทสาหร่าย,ขี้แดด,สัตว์น้ำขนาดเล็กเช่นไรน้ำแล้ว  จึงเริ่มปล่อยลูกปลาลงอนุบาลในคอกที่ได้เตรียมไว้แล้ว  ลูกปลาที่ปล่อยควรมีขนาดประมาณ  1 – 2   นิ้ว  อัตราการปล่อย  3 – 5  ตัวต่อตารางเมตร  อาหารในช่วงเดือนแรกใช้อาหารปลากินพืชเม็ดเล็ก  (เบอร์  1)  ให้อาหารวันละ  2  มื้อ  อัตรา  3 – 5  เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว ให้อาหารวันละ  2  ครั้ง เช้า – บ่าย    โดยการให้อาหารควรเป็นเวลาเดียวกันทุกวัน  เพื่อให้ปลาจำเวลาและสถานที่ให้อาหารได้  ในช่วงนี้ลูกปลาจะกินอาหารธรรมชาติในบ่อเป็นหลัก  ส่วนอาหารสำเร็จรูปที่ให้ นั้นจะช่วยเสริมให้ลูกปลาได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนเพียงพอ




       เมื่ออนุบาลลูกปลาไปแล้ว  1  เดือน  ทำการเพิ่มระดับน้ำในบ่อขึ้นเป็น  1.5  เมตร  ปล่อยลูกปลาออกจากคอกอนุบาล  เปลี่ยนอาหารเป็นอาหารปลากินพืชเบอร์  2 – 3  ตามความเหมาะสมอัตรา การให้อาหารเปลี่ยนเป็น  3 – 5  เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว  ควรให้อาหารบริเวณเดิม  บางครั้งการให้อาหารลูกปลาให้สังเกตการกินของลูกปลาประกอบการให้ด้วยไม่ควรให้อาหารเหลือในบ่อ  เมื่อลูกปลาอายุประมาณ  2  เดือน  อาหารธรรมชาติในบ่อก็จะหมดลง  ลูกปลาก็จะใช้อาหารสำเร็จรูปเป็นหลัก  การให้อาหารอาจเพิ่มความถี่โดยให้อาหาร 2-3 มื้อ/วันในเวลาและสถานที่เดิมแต่การให้อาหารต้องมีความละเอียดขึ้น  เกษตรกรต้องให้อาหารอย่างช้าๆต่อเนื่องพร้อมสังเกตการณ์กินอาหารของปลาในบ่อเลี้ยง  และหยุดให้อาหารเมื่อปลาอิ่มหรือปลาเริ่มไม่ขึ้นมากินอาหารแล้ว  อัตราการกินของปลาจะต่างกันในแต่ละวันจะขึ้นกับสภาพของอากาศ,  สิ่งแวดล้อม,  ความเตรียดและตัวปลาเอง  เกษตรกรต้องหมั่นสังเกตอาการของปลาโดยละเอียดสม่ำเสมอซึ่งจะทำให้การเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลประสบกับความสำเร็จโดยง่ายระหว่างการเลี้ยงปลานั้นควรมีการตรวจคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ  หากน้ำในบ่อเลี้ยงมีค่าแอมโมเนียสูงหรือน้ำมีสีเขียวจัด  ก็ควรมีการถ่ายน้ำทิ้งและเติมน้ำใหม่เข้ามาในบ่อ  การเปลี่ยนน้ำในแต่ละครั้งควรเปลี่ยนประมาณ  30 – 50  เปอร์เซ็นต์  และควรเปลี่ยนเมื่อจำเป็นเท่านั้นนอกจากนั้นแล้วควรติดตั้งระบบการให้อากาศในบ่อ  และเดินเครื่องในเวลากลางคืนเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในบ่อ  ระบบการให้อากาศ อาจใช้เครื่องตีน้ำแบบใบพัด  เครื่องแอร์เจ๊ต  หรือเครื่องซูเปอร์ชาร์จก็ได้




       เมื่อเลี้ยงปลาไปได้ประมาณ  8  เดือน  ปลาจะมีขนาดเฉลี่ยประมาณ  500 – 600  กรัม  ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดต้องการ  เกษตรกรสามารถจับปลาจำหน่ายได้ในราคาประมาณ 50- 60  บาทต่อกิโลกรัมและจากการที่ปลานวลจันทร์ทะเลเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย  ไม่ค่อยมีโรค  รวมทั้งเป็นปลากินพืชและสามารถกินอาหารได้หลายรูปแบบ  ทำให้ต้นทุนการผลิตไม่สูง  การเลี้ยงปลาก็จะมีกำไรเป็นรายได้แก่ครอบครัวที่ดีอีกทางหนึ่ง






---------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการอบรมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงด้านการประมง(ชายฝั่ง)
การเพาะเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์
รวบรวมโดย  ประพัฒน์ กอสวัสดิ์พัฒน์
Read More...

ปลานวลจันทร์ทะเล-03 (การอนุบาลลูกปลา)

ปลานวลจันทร์ทะเล-03 (การอนุบาลลูกปลา)

การอนุบาลลูกปลานวลจันทร์ทะเลวัยอ่อน

Nursinging  on Milkfish  (Chanos  chanos  Forskal)Larva

       นำไข่ที่สะอาดแล้วไปฟักในถังกลมและถังกรวย  ความจุปริมาตร  300  ลิตร  ให้อากาศเบาๆ  ไข่ปลาใช้เวลาประมาณ  28-30  ชั่วโมงก็จะฟักเป็นตัว  สุ่มนับละคัดแยกลูกปาที่ดีไปอนุบาลในบ่ออนุบาล  ขนาด  2-10  ตัน  ความหนาแน่นลูกปลา  10,000 – 20,000  ตัว/ตัน  ลูกปลาในช่วง  3  วันแรกจะยังไม่กินอาหาร  โดยอาศัยถุงไข่แดงดำรงชีพ  ระหว่างนี้เติมแพลงก์ตอนพืช (ชนิดเตตราเซลมิสและนาโนโคลลอบซีส)  ความหนาแน่น  30,000 – 50,000  เซลล์/มิลลิลิตร  ตั้งแต่วันแรกจากนั้นเริ่มให้แพลงก์ตอนสัตว์ชนิดโรติเฟอร์ในวันที่  2  ก่อนลูกปลาเปิดปากกินอาหาร  ความหนาแน่นโรติเฟอร์เริ่มต้นประมาณ  3 – 5 ตัว/มิลลิลิตร  และเพิ่มปริมาณอาหารตามอายุของลูกปลาจนกระทั่งลูกปลามีอายุประมาณ  15  วันจึงเริ่มให้อาร์ทีเมียแรกฟักอายุ 1 วันอัตราเริ่มต้น  1-3  ตัว/มิลลิลิตรเสริมด้วยอาหารสำเร็จรูปชนิด  NRD  ขนาด  120  ไมครอน  อัตราเริ่มต้นที่  3  กรัมต่อวันโดยแบ่งการให้อาหารเป็น  4  มื้อต่อวัน  ปริมาณอาหารจะเพิ่มตามอายุและอัตรารอดของลูกปลา     จนกระทั่งลูกปลามีอายุ  30  วันมีลักษณะเหมือนตัวเต็มวัยจึงทำการย้ายลูกปลาไปเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ขนาดปริมาตร  10  ตัน  หรือนำไปอนุบาลในกระชังหรือบ่อดินต่อไป  อาหารในช่วงนี้จะเปลี่ยนเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูปเช่น อาหารกบ อาหารกุ้ง


       การจัดการบ่ออนุบาลจะเริ่มเปลี่ยนถ่ายน้ำดูดตะกอนครั้งแรกเมื่อปลามีอายุ  3  วัน  หลังจากนั้นจะทำความสะอาดเช่นนี้ทุกวัน  ทำการตรวจวัดคุณสมบัติน้ำในบ่ออนุบาลทุก  3  วัน  ไม่ใช้ยาและสารเคมีในระหว่างการอนุบาลลูกปลา



ปัญหาในการอนุบาลปลานวลจันทร์ทะเลวัยอ่อน
       ปัญหาของการอนุบาลอนุบาลปลานวลจันทร์ทะเลวัยอ่อน  ส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการอาหารที่ไม่พียงพอและมีการปนเปื้อนของแพลงก์ตอนสัตว์อื่นๆในบ่อ  รวมทั้งการจัดการคุณภาพน้ำที่ไม่ดีทำให้มีของเสียในบ่ออนุบาลมาก  มีผลทำให้ลูกปลาตาย  ในระยะเวลา  15 วันแรก  ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถป้องกันได้หากผู้เพาะเลี้ยงมีการจัดการที่ดี  มีความใกล้ชิดติดตามผลการอนบาลลูกปลาอย่างสม่ำเสมอ  อย่างไรก็ตามเมื่อลูกปลามีอายุมากกว่า  30  วันอาจมีอาการช็อคและการควงสว่านของลูกปลาทำให้ลูกปลาอายุ  30 – 40  วันตายเป็นจำนวนมากอีกระยะหนึ่ง  สาเหตุอาจมาจากการขาดวิตามินบางชนิดหรือโรคจากไวรัสบางชนิด  อาจแก้ไขโดยเปลี่ยนอาหารหรือผสมวิตามินที่จำเป็นเพิ่มในอาหารที่ใช้อนุบาล



---------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการอบรมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงด้านการประมง(ชายฝั่ง)
การเพาะเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์
รวบรวมโดย  ประพัฒน์ กอสวัสดิ์พัฒน์
Read More...