แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลานวลจันทร์ทะเล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลานวลจันทร์ทะเล แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ปลานวลจันทร์ทะเล-02 (การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลา)

ปลานวลจันทร์ทะเล-02 (การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลา)

การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลานวลจันทร์ทะเล

        การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลานวลจันทร์ทะเลในช่วงแรกควรเลี้ยงไว้ในบ่อดิน  เลี้ยงด้วยอาหารปลากินพืชวันละ  1  ครั้ง  ให้อาหารจนปลาอิ่มสังเกตได้จากปลาไม่ขึ้นมากินอาหารอีกจึงหยุด  จนกระทั่งปลามีอายุประมาณ  5  ปีขึ้นไปจึงทำการคัดปลาที่มีขนาด  3.5 - 5.0  กิโลกรัม  ย้ายไปขุนเลี้ยงในบ่อซีเมนต์สำหรับใช้ในการเพาะพันธุ์ต่อไป

       ปลาที่คัดมาเป็นพ่อแม่พันธุ์แล้วนั้นนำมาขุนเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ขนาด  150 ตัน  ด้วยอาหารสำเร็จรูป  ปริมาณโปรตีน  45%  โดยให้อาหารประมาณ  0.5 – 1.3%  ของน้ำหนักตัว  วันละ 1  ครั้งในช่วงบ่าย  การให้อาหารควรทยอยให้ช้าๆ  เพื่อให้ปลาได้รับอาหารทั่วถึงและเป็นการสร้างความคุ้นเคยแก่พ่อแม่พันธุ์ปลานวลจันทร์ทะเลซึ่งจะมีผลทำให้ปลาลดความเครียดลง  สามารถวางไข่และสืบพันธุ์ดีขึ้น  รวมทั้งเป็นการป้องกันอาหารเหลือก้นบ่อได้อีกทางหนึ่ง  อัตราส่วนพ่อแม่
พันธุ์ปลานวลจันทร์ทะเลในบ่อซีเมนต์เท่ากับ  1:1  แต่ในกรณีที่ปลาวางไข่แล้วไข่ได้รับการผสมไม่ทั่วถึง  อาจเพิ่มจำนวนปลาเพศผู้ลงในบ่อผสมพันธุ์ได้อีก

             
       การจำแนกเพศปลาจากภายนอกของปลานวลจันทร์ทะเลอาจทำได้ยากเนื่องจากทั้งเพศผู้และเพศเมียจะเหมือนกันทั้งสี  รูปร่าง  หัว  ปาก  กระพุ้งแก้ม  ขนาดและน้ำหนัก  ยกเว้นเมื่อปลาเพศเมียสมบูรณ์เพศจะมีท้องที่อูมกว่าเพศผู้เท่านั้น  ลักษณะที่ใช้บอกเพศคือในปลาเพศผู้
จะมีติ่งบอกเพศและมีช่องเปิด  2  รู  ช่องแรกเป็นช่องขับถ่ายของเสีย  ส่วนช่องที่สองซึ่งอยู่ด้านท้ายเป็นช่องปล่อยเซลล์สืบพันธุ์  ส่วนในปลาเพศเมียมีช่องเปิด  3  ช่อง  โดย  2  ช่องแรกเป็นช่องขับถ่ายส่วนช่องที่  3  จึงจะเป็นช่องสืบพันธุ์

การกระตุ้นการสืบพันธุ์และการวางไข่ของปลานวลจันทร์ทะเล
     พ่อแม่พันธุ์ปลานวลจันทร์ทะเลที่มีความสมบูรณ์เพศแล้วจะผสมพันธุ์วางไข่ตามธรรมชาติในบ่อผสมพันธุ์ประมาณเดือนมีนาคม  แต่หากเป็นบ่อพ่อแม่พันธุ์ซึ่งไม่เคยวางไข่มาก่อนอาจต้องช่วยเร่งความสมบูรณ์เพศในการผสมพันธุ์โดยการฉีดฮอร์โมนชนิด  Puberogen  ความเข้มข้น  100 IU  ต่อน้ำหนักปลา  1  กิโลกรัม  ช่วงเดือนกุมภาพันธุ์   ฉีดฮอร์โมนเดือนละครั้ง ไม่เกิน  2  เดือน  แล้วปล่อยให้ผสมพันธุ์วางไข่ตามธรรมชาติในบ่อ  ในปีต่อมาพ่อแม่พันธุ์ปลานวลจันทร์ทะเลที่มีความสมบูรณ์เพศแล้วก็จะวางไข่เองโดยไม่จำเป็นต้อง
ใช้ฮอร์โมนแล้ว



การรวบรวมไข่ปลานวลจันทร์ทะเล
       ปลานวลจันทร์ทะเล  มีการผสมพันธุ์ในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนเป็นต้นไป  ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วมีขนาดเฉลี่ย  1.2  มิลลิเมตรไม่ปรากฏหยดน้ำมันภายในไข่ โดยปกติแล้วไข่ดีส่วนใหญ่จะลอยอยู่บริเวณผิวน้ำ  มีสีเหลืองอ่อนกลมเป็นมันวาว  ทำการเก็บรวบรวมไข่ปลาโดย ใช้ท่อแอร์ลิฟท์  ผูกปากท่อด้วยถุงผ้าโอล่อนยาว  1.5 เมตรแทนที่การใช้อวนลากไข่ปลาซึ่งทำให้สามารถเก็บไข่ปลาก่อนที่ไข่จะจมลงสู่พื้นรวมทั้งไม่เป็นการรบกวนพ่อแม่พันธุ์ปลาขณะผสมพันธุ์วางไข่ด้วย  ทำการเก็บรวบรวมไข่ตอนเช้า  เวลาประมาณ  07.00 น.  นำไข่มาล้างให้สะอาด  กรองด้วยผ้ากรองขนาดต่างๆกันเพื่อแยกสิ่งสกปรกออกจากไข่  นำไข่ที่สะอาดแล้วไปฟักในถังลมและถังกรวยความจุปริมาตร  300  ลิตร  ให้อากาศเบาๆ  ไข่ปลาใช่เวลาประมาณ  28-30  ชั่วโมงก็จะฟักเป็นตัว
   

การพัฒนาการของไข่ปลาและตัวอ่อน
       ไข่ปลานวลจันทร์ทะเล  ที่ได้รับการผสมแล้วมีลักษณะกลม ไม่มีหยดน้ำมันภายในเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ย  1.2  มิลลิเมตร  มีสีเหลืองอ่อน  ส่วนใหญ่ลอยอยู่บนผิวน้ำ  ส่วนไข่เสียมีลักษณะขุ่นและจมลงสู่ก้นถัง  นอกจากนั้น  ไข่บางส่วนซึ่งไม่ได้รับการผสมจะมีลักษณะโปร่งใส  แต่จะไม่เห็นการพัฒนาการของตัวอ่อนภายในไข่

       ไข่ปลาที่ได้รับการผสมแล้ว  จะมีการพัฒนาการแบ่งเซลล์ตามลำดับจนพร้อมที่จะฟักตัวออกจากไข่ใช้เวลา  28-30  ชั่วโมง  ลูกปลาที่ฟักตัวออกใหม่ๆมีถุงไข่แดงติดตัวขนาดใหญ่  ลูกปลา  มีขนาด 3.5  มิลิเมตร  มีลักษณะลำตัวใส  ตาไม่มีสี  อวัยวะภายในยังไม่พัฒนาเต็มที่จนกระทั่งอายุ  3  วัน  ลูกปลาจะมีพัฒนาการสมบูรณ์  มีจุดตาสีดำขนาดใหญ่เห็นได้ชัด  ลำตัวยังใสเริ่มพัฒนาครีบ  และเปิดปากกินอาหาร  เริ่มปรากฏพฤติกรรมการรวมกลุ่มเข้าหาแสงถุงไข่แดงจะยุบหมด

เมื่อเริ่มกินอาหารจะสังเกตได้จากบริเวณส่วนท้อง  โดยลูกปลาจะกินอาหารทั้งแพลงก์ตอนพืชสีเขียว  เช่น Tetraselmis.  sp. และแพลงก์ตอนสัตว์  เช่น  โรติเฟอร์  จนกระทั่งอายุ  15 วัน  ก็จะสามารถกิน  อาร์ทีเมียร์แรกฟักได้  ช่วงนี้ลูกปลามีลักษณะลำตัวใสอยู่ ส่วนการพัฒนาการจนมีลักษณะเหมือนตัวเต็มวัยใช้เวลาประมาณ  30  วัน


---------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการอบรมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงด้านการประมง(ชายฝั่ง)
การเพาะเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์
รวบรวมโดย  ประพัฒน์ กอสวัสดิ์พัฒน์
Read More...

ปลานวลจันทร์ทะเล-01 (ชีววิทยาและการแพร่กระจาย)

ปลานวลจันทร์ทะเล-01 (ชีววิทยาและการแพร่กระจาย)

ชีววิทยาและการแพร่กระจายของปลานวลจันทร์ทะเล (Chanos  chanos F orskal)

       ปลานวลจันทร์ทะเลจัดเป็นปลาทะเลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เช่น  ฟิลิปปินส์  ไต้หวัน  เนื่องจากเป็นปลาที่มีรสชาติดี  เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว  นอกจากนี้ยังเป็นปลาซึ่งเลี้ยงได้ง่าย  มีความต้านทานโรคค่อนข้างสูง  และสามารถอาศัยอยู่ได้ในระดับความเค็มช่วงกว้าง ในการจำแนกทางอนุกรมวิธานนั้นปลานวลจันทร์ทะเลจัดเป็นปลาใน  Phylum  Vertebrata,  Class Teleostri,  Order  Gonorhynchifornes  จัดอยู่ใน  Family Chanidae  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Chanos  chanos  Forskal  มีชื่อสามัญว่า  Milkfish  และมีชื่อไทยว่าปลานวลจันทร์ทะเลหรือปลาดอกไม้


       มีลักษณะทางกายภาพคือ  เป็นปลาที่มีรูปร่างยาวเพรียว  ลำตัวแบนข้างเล็กน้อย  ค่อนข้างกลม  ตามีเยื่อไขมันคลุมตลอด  เกล็ดมีขนาดถี่  เป็นเกล็ดประเภท  Cycloid  Scale  เรียบไปตามตัว  ครีบหลังและครีบก้นมีเกล็ดติดตามก้านครีบ  มีเส้นข้างลำตัว  (Lateral  line)  เห็นชัดเจน  ครีบหางเว้าลึกแบบส้อม  (Forked  type)  ตัวเต็มวัยมีขนาดลำตัวยาวกว่า 1 เมตร  หนักกว่า  15  กิโลกรัม  ตามปกติอาศัยอยู่ในทะเล  เป็นปลาว่ายน้ำเร็ว  อาศัยบริเวณผิวน้ำ (Pelagic  fish)  มีนิสัยชอบย้ายถิ่นอาศัยเพื่อการหาอาหารและผสมพันธุ์
     
       ในธรรมชาติปลานวลจันทร์ทะเลจะเจริญพันธุ์เมื่อมีอายุประมาณ  5  ปี  ตัวเมียสามารถให้ไข่ได้ครั้งละประมาณ  200,000  ฟองต่อน้ำหนักแม่ปลาหนึ่งกิโลกรัม  พ่อแม่พันธุ์ปลานวลจันทร์ทะเลจะเริ่มพัฒนาระบบการสืบพันธุ์ในเดือนกุมภาพันธ์และจะเริ่มวางไข่จากเดือนมีนาคมถึงเดือนตุลาคม

       การแพร่กระจายของปลานวลจันทร์ทะเลพบในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  มหาสมุทรอินเดีย  อาฟริกา  ออสเตรเลีย  นิวกินี  หมู่เกาะโซโลมอน  หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก  และทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก  โดยมีการแพร่กระจายอยู่ในเขตที่มีอุณหภูมิของน้ำสูงกว่า  20  องศาเซลเซียส  โดยเฉพาะในบริเวณที่มีกระแสน้ำอุ่นไหลผ่าน  ปลาที่โตเต็มวัยมักพบอาศัยอยู่บริเวณนอกเขตชายฝั่งใกล้หมู่เกาะและไหล่ทวีป
     
       สำหรับในประเทศไทยพบปลานวลจันทร์ทะเลมากในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ชุมพร  เพชรบุรีและบางส่วนของจังหวัดตราด ในประเทศไทยมีการสำรวจพบลูกปลานวลจันทร์ทะเลครั้งแรกบริเวณบ้านคลองวาฬ  อำเภอเมือง  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  หลังจากนั้นได้มีการสำรวจพบว่า
บางส่วนในเขตจังหวัดชุมพร  ลูกปลาที่พบมีรูปร่างเรียวยาวขนาดเข็มเย็บผ้ายาว  1.5-2  เซนติเมตร  ตัวใส  ตากลมโตสีดำ  กินตะไคร่น้ำ  ไรน้ำและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร



       การเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลได้มีการเลี้ยงกันมาเป็นเวลานานในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ชุมพร  เพชรบุรี  เป็นต้น  โดยลูกปลาที่เลี้ยง  ได้จากการรวบรวมจากธรรวมชาติ  ในช่วงเดือนเมษายนนิยมเลี้ยงปลาในบ่อดิน  ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ  8  เดือนจะได้ปลาน้ำหนักประมาณ 600  กรัม  ปัจจุบันนอกจากจะเลี้ยงเป็นปลาเนื้อแล้วยังมีการเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลเพื่อทำเหยื่อล่อปลาทูน่าชนิดต่างๆด้วย

       ปัญหาสำคัญของการเพาะเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลทีสำคัญคือการขาดแคลนลูกปลา  ส่วนใหญ่ลูกปลานวลจันทร์ทะเลที่ทำการเลี้ยงในปัจจุบันได้มาจากการรวบรวมจากธรรมชาติซึ่งมีปริมาณไม่แน่นอนเนื่องจากปัญหาด้านมลภาวะทางน้ำเริ่มมีมากขึ้นทำให้จำนวนลูกปลาที่ได้จากธรรมชาติ ลดน้อยลง  นอกจากนั้นแม้ว่าจะเป็นปลาที่มีรสชาติดีแต่ก็เป็นปลาที่มีก้างมาก  ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยไม่นิยมรับประทาน  ส่วนในต่างประเทศเช่นในประเทศฟิลิปปินส์นั้นมีกรรมวิธีในการเอาก้างออก  (Debone)  ทำให้เป็นที่บริโภคกันอย่างแพร่หลาย  ซึ่งในปัจจุบันนักวิชาการและเจ้าหน้าที่ของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ได้ศึกษาวิธีการดังกล่าวจนสามารถเอาก้างออกได้เช่นเดียวกับต่างประเทศแล้ว

       อย่างไรก็ตามปลานวลจันทร์ทะเลเป็นปลากินพืชที่เลี้ยงง่าย  ต้นทุนในการเลี้ยงต่ำ  สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมต่างๆกันไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมที่เป็นน้ำจืดหรือน้ำเค็มจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการเป็นแหล่งโปรตีนราคาถูกสำหรับผู้บริโภค

---------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอกสารประกอบการอบรมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงด้านการประมง(ชายฝั่ง)
การเพาะเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์
รวบรวมโดย  ประพัฒน์ กอสวัสดิ์พัฒน์


Read More...

วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

บ้านคลองวาฬ ประจวบคีรีขันธ์

บ้านคลองวาฬ ประจวบคีรีขันธ์

       เมืองประจวบคีรีขันธ์แต่เดิมเป็นเมืองที่เกิดขึ้นโดยการรวมหัวเมืองต่างๆ ซึ่งประกอบด้วยเมืองบางนางรม เมืองกุยบุรี และเมืองคลองวาฬเข้าเป็นเมืองเดียวกัน ดินแดนก่อนที่จะเป็นเมืองคลองวาฬนั้น ก็คงจะเป็นหมู่บ้านหรือชุมชนชายทะเลที่มีประชากรไม่มากนัก แต่ต่อมามีผู้อพยพมาอาศัยอยู่และทามาหากินกันมากขึ้น อีกทั้งเป็นพื้นที่ที่สาคัญทางยุทธศาสตร์เพราะใกล้กับช่องเขาที่ทั้งคนไทยและคนพม่าใช้เป็นหนทางเข้าสู่ดินแดนของกันและกันโดยเรียกกันว่า ด่านสิงขร” เมืองคลองวาฬเป็นเมืองหน้าด่านที่สาคัญเมืองหนึ่งในจานวนหัวเมืองปักษ์ใต้ ๒๐ หัวเมือง เช่น เมืองปราณ เมืองกุย เมืองกำเนิดนพคุณ เป็นต้น

        เมื่อกองทัพพม่าเคลื่อนทัพเข้ามาทางด่านสิงขรเพื่อจะไปโจมตีกรุงศรีอยุธยาพระคลองวาฬผู้เป็นเจ้าเมืองคลองวาฬ ก็จะเกณฑ์คนในเมืองคลองวาฬให้ไปช่วยรบสกัดกั้นมิให้กองทัพพม่าผ่านไปโจมตีกรุงศรีอยุธยา อนึ่ง ตั้งแต่สมัยของสมเด็จ พระนารายณ์มหาราชเป็นต้นมายามเมื่อปลอดศึกสงครามจะมีพ่อค้าชาวต่างประเทศผ่านพม่าเข้ามาทางด่านสิงขร แล้วมาลงเรือที่เมืองคลองวาฬบ้างที่เมืองอู่ตะเภาบ้างอยู่เป็นประจา เพื่อเดินทางไปติดต่อค้าขายที่กรุงศรีอยุธยา  ต่อมาประมาณ พ.ศ.๒๓๓๖ ซึ่งเป็นช่วงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯให้สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ยกทัพไปตีเมืองเมาะตะมะและเมืองร่างกุ้ง การเคลื่อนกองกาลงทัพเข้าตีเมืองพม่าในครั้งนี้ได้ใช้เส้นทางช่องเขาด่านสิงขร เมื่อศึกสงครามสาเร็จลงพระองค์ก็ทรงแบ่งเขตการปกครองดินแดนปักษ์ใต้เป็น ๒๐ หัวเมือง ซึ่งเมืองคลองวาฬก็ยังคงเป็นหัวเมืองหนึ่งใน ๒๐ หัวเมืองเหล่านั้นด้วย

       ครั้นปี พ.ศ.๒๓๙๘ ในสมัยรัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ทรงจัดตั้งเขตปกครองใหม่อีกครั้ง โดยการรวม ๓ หัวเมืองที่มีอาณาเขตติดต่อกันคือ เมืองกุยบุรี เมืองบางนางรม และเมืองคลองวาฬ เข้าเป็นหัวเมืองใหญ่ มีชื่อเรียกใหม่ว่า “ประจวบคีรีขันธ์"ส่วนชื่อเรียกหัวเมืองเดิมว่า คลองวาฬ ก็ลดฐานะลงเป็นชื่อเรียก “ตำบลคลองวาฬ"เป็นตำบลหนึ่งของเมืองประจวบคีรีขันธ์เท่านั้น (แต่ในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๔ ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ บันทึกไว้ว่าเมืองขึ้นกลาโหม เมืองคลองวาฬแก้เป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์ เมืองท่าทองแก้เป็นเมืองกาญจนดิตถ์รวม ๒ เมือง)ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เมื่อปีพ.ศ.๒๔๑๑พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๔ ทรงเสด็จประพาสมายังเมืองประจวบคีรีขันธ์ และได้เสด็จมาที่ตำบลคลองวาฬ เพื่อทรงกล้องทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงที่หมู่บ้านหว้าก้อ เพราะพระองค์เมื่อคำนวณตามวันเวลาแล้วทรงเชื่อมั่นว่าพื้นที่แถบชายทะเลหมู่บ้านหว้ากอ ตาบลคลองวาฬนี้้เป็นจุดทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งก็เป็นไปตามที่พระองค์ทรงคำนวณไว้ทุกประการ  ดังนั้นคลองวาฬจึงเป็นดินแดนที่มีความสำคัญมาช้านานทั้งในฐานะเมืองเก่าและแหล่งหลักฐานทางประวัติศาสตร์



ข้อมูลทั่วไปในปัจจุบัน
       ตำบลคลองวาฬ เป็นตำบลในเขตการปกครองของอำเภอเมือง ประกอบไปด้วย 9 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านคลองวาฬ หมู่ 2 บ้านหนองหิน หมู่ 3 บ้านทางหวาย หมู่ 4 บ้านหว้าโทน หมู่ 5 บ้านห้วยใหญ่ หมู่ 6 บ้านด่านสิงขร หมู่ 7 บ้านสวนขวัญ หมู่ 8 บ้านนาทอง หมู่ 9 บ้านหนองน้ำขาว
อาณาเขตตำบล :
       ทิศเหนือ ติดกับ ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์
       ทิศใต้ ติดกับ ต.ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์
       ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวไทย
       ทิศตะวันตก ติดกับ สาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่า
       จำนวนประชากร 2,029 หลังคาเรือน

การเดินทางสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ทางรถยนต์ 
       จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) ผ่านสมุทรสงครามแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านเพชรบุรีเข้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านพุทธมณฑล นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ถึงประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทาง 281 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง
รถโดยสารประจำทาง
       จากสถานีขนส่งสายใต้ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี (ถนนบรมราชชนนี) มีบริการรถโดยสารสายกรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์ กรุงเทพฯ-หัวหิน กรุงเทพฯ-ปราณบุรี และกรุงเทพฯ-บางสะพาน เป็นประจำทุกวัน
ทางรถไฟ 
       จากสถานีรถไฟหัวลำโพง มีบริการรถไฟไปหัวหิน ปราณบุรี และประจวบคีรี- ขันธ์ ทุกวัน

และนี่แหละครับคือประวัติสถานที่พบ ปลานวลจันทร์ทะเลเป็นครั้งแรก

Read More...

ปลาคลองวาฬคือ

       บ้านคลองวาฬ  อำเภอเมือง  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อุดมสมบรูณ์ไปด้วย ปลาทะเลมากมายหลายชนิด แต่ปลาที่ blog นี้นำมาเป็นชือ blog <ปลาคลองวาฬ> คือ  ปลานวลจันทร์ทะเล หรือ ปลา
ดอกไม้ ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Chanos chanos Forskal  เป็นปลาทะเลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน อินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นปลาที่มีรสชาติดี เลี้ยงง่าย โตเร็ว มีความต้านทานโรคค่อนข้างสูง  และสามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำทะเล น้ำกร่อย หรือแม้กระทั่งในน้ำจืด  มีรูปร่างยาวเพรียว ลำตัวค่อนข้างกลมแบนข้างเล็กน้อย ตามีเยื่อไขมันคลุมตลอด เกล็ดมีขนาดเล็กถี่เรียบไปตามลำตัว ครีบหางเว้าลึกแบบส้อม  ตัวโตเต็มที่มีขนาดลำตัวยาวกว่า1 เมตร หนักกว่า 15 กิโลกรัม เป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็ว อาศัยบริเวณผิวน้ำ มีนิสัยชอบย้ายถิ่นอาศัยเพื่อการหาอาหารและผสมพันธุ์



       ปลานวลจันทร์ทะเลพบแพร่กระจายทั่วไปในมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย ในเขตที่มีอุณหภูมิของน้ำสูงกว่า 20 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในบริเวณที่มีกระแสน้ำอุ่นไหลผ่าน ปลาที่โตเต็มวัยมักพบอาศัยอยู่บริเวณนอกเขตชายฝั่งใกล้หมู่เกาะและไหล่ทวีป สำหรับในประเทศไทยพบปลานวลจันทร์ทะเลมากในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร เพชรบุรีและแถบจังหวัดตราด 

ซึ่งปลานวลจันทร์ ในประเทศไทย มีการสำรวจพบ ปลานวลจันทร์ทะเล ครั้งแรกบริเวณบ้านคลองวาฬ  อำเภอเมือง  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  


และนี่คือที่มาของชื่อ blog ปลาคลองวาฬ ครับ
Read More...